แชร์

ระบบ LPR ช่วยแก้ปัญหาที่จอดรถเต็มได้อย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 20 ส.ค. 2026
429 ผู้เข้าชม
ระบบ LPR ช่วยแก้ปัญหาที่จอดรถเต็มได้

ปัญหา ที่จอดรถเต็มในหมู่บ้าน คอนโด และอาคารสำนักงาน ไม่ได้เกิดจากจำนวนช่องจอดน้อยเพียงอย่างเดียว แต่หลายครั้งเกิดจากการบริหารสิทธิ์รถที่ไม่ชัดเจน เช่น รถคนนอกเข้ามาจอด รถผู้มาติดต่อจอดนาน รถลูกบ้านใช้สิทธิ์เกินกำหนด หรือไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับตรวจสอบว่ารถคันใดอยู่ในพื้นที่

ระบบ LPR หรือ License Plate Recognition สามารถช่วยจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ โดยใช้ป้ายทะเบียนรถเป็นข้อมูลสำหรับตรวจสอบสิทธิ์ บันทึกประวัติรถเข้าออก และเชื่อมต่อกับระบบ Visitor Management เพื่อช่วยให้นิติบุคคลบริหารรถแต่ละประเภทได้เป็นระบบมากขึ้น

ระบบ LPR ช่วยแก้ปัญหาที่จอดรถเต็มได้อย่างไร? สรุปสั้น ๆ

LPR ไม่ได้สร้างช่องจอดรถเพิ่ม แต่ช่วยให้โครงการ ควบคุมว่าใครมีสิทธิ์นำรถเข้าพื้นที่ แยกรถสมาชิกออกจากรถผู้มาติดต่อ ตรวจสอบรถที่จอดนานผิดปกติ และเก็บประวัติทะเบียนเข้าออกไว้ตรวจสอบย้อนหลัง

หากนำมาใช้ร่วมกับ Visitor Management และระบบบริหารที่จอดรถที่เหมาะสม จะช่วยให้การใช้พื้นที่จอดมีระเบียบและตรงตามสิทธิ์มากขึ้น

หากต้องการทำความเข้าใจพื้นฐานของเทคโนโลยีก่อน สามารถอ่าน ระบบ LPR คืออะไร ทำงานอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง

ปัญหาที่จอดรถเต็ม ส่วนใหญ่เกิดจากอะไร?

ก่อนเลือกเทคโนโลยีมาแก้ปัญหา ควรแยกให้ออกก่อนว่า ที่จอดเต็มเพราะจำนวนช่องจอดไม่เพียงพอจริง ๆ หรือเพราะพื้นที่ถูกใช้งานไม่ตรงตามสิทธิ์

1. รถคนนอกหรือรถที่ไม่มีสิทธิ์เข้ามาจอด

โครงการที่ใช้การแลกบัตร จดทะเบียนด้วยมือ หรือไม่มีฐานข้อมูลรถสมาชิกที่ชัดเจน อาจตรวจสอบได้ยากว่ารถที่เข้ามา เป็นรถของลูกบ้าน ผู้มาติดต่อ หรือรถที่ไม่มีสิทธิ์ใช้พื้นที่

2. รถผู้มาติดต่อจอดนานเกินความจำเป็น

Visitor บางประเภท อาจได้รับอนุญาตให้เข้าโครงการ แต่ไม่มีการกำหนดช่วงเวลาหรือขั้นตอนตรวจสอบเมื่อออก ทำให้รถบางคันใช้พื้นที่นานกว่าที่โครงการกำหนด

3. รถสมาชิกใช้สิทธิ์เกินที่กำหนด

บางโครงการกำหนดสิทธิ์จอดรถต่อบ้านหรือห้อง แต่หากไม่มีฐานข้อมูลรถที่เชื่อมโยงกับสิทธิ์ การตรวจสอบว่าบ้านหนึ่งลงทะเบียนรถกี่คัน อาจทำได้ยาก

4. ตรวจสอบรถที่จอดค้างเป็นเวลานานได้ยาก

เมื่อไม่มีประวัติการเข้าออกที่ค้นหาได้ง่าย เจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ารถคันหนึ่ง เข้ามาตั้งแต่เมื่อไร หรือไม่มีประวัติการออกเป็นเวลานานผิดปกติ

5. ไม่มีข้อมูลสำหรับวิเคราะห์การใช้พื้นที่จอด

หากข้อมูลรถเข้าออกถูกจดด้วยมือ หรือกระจายอยู่หลายระบบ นิติบุคคลจะวิเคราะห์ได้ยากว่า ช่วงเวลาใดมีรถหนาแน่น รถประเภทใดใช้พื้นที่มาก หรือควรปรับกฎการใช้งานตรงไหน

ระบบ LPR สำหรับบริหารรถเข้าออกและพื้นที่จอดรถ

ระบบ LPR ทำงานอย่างไร?

LPR หรือ License Plate Recognition เป็นระบบอ่านและจดจำป้ายทะเบียนรถ โดยกล้องจะจับภาพทะเบียน จากนั้น Software ประมวลผลข้อมูล และนำทะเบียนไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของระบบ

รถเข้าจุดตรวจจับ กล้องจับภาพทะเบียน ระบบอ่านทะเบียน ตรวจสอบสิทธิ์ Controller ไม้กั้นเปิด บันทึกข้อมูล

1. กล้องจับภาพป้ายทะเบียน

เมื่อรถเข้าสู่จุดตรวจจับ กล้อง LPR จะจับภาพบริเวณป้ายทะเบียน เพื่อนำข้อมูลไปประมวลผล

2. ระบบอ่านทะเบียน

Software วิเคราะห์ตัวอักษรและตัวเลขบนป้าย และแปลงเป็นข้อมูลทะเบียนรถ

3. ตรวจสอบสิทธิ์

ทะเบียนจะถูกนำไปตรวจสอบกับฐานข้อมูล เช่น รถลูกบ้าน รถพนักงาน รถผู้มาติดต่อ หรือรถที่ถูกกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม

4. ควบคุมไม้กั้น

หากทะเบียนผ่านเงื่อนไข ระบบสามารถส่งคำสั่งไปยัง Controller และไม้กั้นตาม Workflow ที่แต่ละโครงการกำหนด

5. บันทึกประวัติ

ระบบสามารถบันทึกทะเบียน วัน เวลา ภาพรถ และสถานะเข้าออก ตามความสามารถของ Software เพื่อใช้ค้นหาข้อมูลย้อนหลัง

อ่านรายละเอียดหลักการทำงานเพิ่มเติมได้ที่ ระบบไม้กั้น LPR คืออะไร?

ระบบ LPR และ Visitor Management สำหรับบริหารรถในโครงการ

ระบบ LPR ช่วยแก้ปัญหาที่จอดรถเต็มได้อย่างไร?

1. ช่วยควบคุมสิทธิ์รถที่เข้าพื้นที่

รถสมาชิกสามารถลงทะเบียนทะเบียนไว้ในฐานข้อมูล ขณะที่รถประเภทอื่น สามารถถูกกำหนด Workflow ให้ต้องผ่านการอนุมัติก่อนเข้า

ช่วยลดโอกาสที่รถที่ไม่มีสิทธิ์ จะใช้พื้นที่จอดเหมือนรถสมาชิก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎและการตั้งค่าของโครงการ

2. แยกรถสมาชิกและ Visitor ได้ชัดเจน

ระบบสามารถจัดประเภททะเบียน เช่น

  • รถลูกบ้าน
  • รถพนักงาน
  • รถผู้มาติดต่อ
  • รถส่งของ
  • ผู้รับเหมา
  • Blacklist หรือรถที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

ทำให้นิติบุคคลสามารถกำหนดขั้นตอน และสิทธิ์ของรถแต่ละประเภทได้แตกต่างกัน

3. ช่วยบริหารจำนวนรถที่ลงทะเบียนต่อบ้านหรือห้อง

หาก Software รองรับ โครงการสามารถเชื่อมข้อมูลทะเบียน กับบ้าน ห้อง หรือสมาชิก เพื่อช่วยตรวจสอบว่ามีรถลงทะเบียนกี่คัน และเป็นไปตามสิทธิ์ของโครงการหรือไม่

ตัวอย่างเช่น หากโครงการกำหนดบ้านละ 2 สิทธิ์ ข้อมูลทะเบียนสามารถช่วยเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบรถที่ลงทะเบียนเกินเงื่อนไข ก่อนอนุมัติสิทธิ์เพิ่มเติม

4. ตรวจสอบรถที่จอดค้างเป็นเวลานานได้ง่ายขึ้น

เมื่อมีข้อมูลเข้าออก เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ว่า รถทะเบียนหนึ่งเข้าพื้นที่เมื่อใด และมีประวัติออกจากโครงการหรือไม่

จึงช่วยค้นหารถที่อาจจอดค้างเป็นเวลานาน เพื่อนำไปตรวจสอบตามกฎของนิติบุคคล

5. มีข้อมูลสำหรับบริหารพื้นที่จอด

ข้อมูลทะเบียนและเวลาเข้าออก สามารถนำมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้พื้นที่ได้ เช่น ช่วงเวลาที่มีรถจำนวนมาก หรือรถประเภทใดเข้าพื้นที่บ่อย

อย่างไรก็ตาม หากต้องการทราบจำนวน ช่องจอดว่างจริง แบบ Real-time อาจต้องมีระบบ Parking Management, Sensor หรือระบบนับรถเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับรูปแบบของพื้นที่

6. มีหลักฐานสำหรับตรวจสอบเมื่อเกิดปัญหา

เมื่อเกิดข้อร้องเรียน เช่น รถจอดผิดสิทธิ์ รถไม่ทราบเจ้าของ หรือสงสัยว่ารถภายนอกเข้ามาจอด เจ้าหน้าที่สามารถใช้ข้อมูลทะเบียน วัน เวลา และภาพที่ระบบบันทึกไว้ ช่วยในการตรวจสอบ

Visitor Management ช่วยลดปัญหาที่จอดรถเต็มได้อย่างไร?

LPR ช่วยระบุตัวรถ แต่การจัดการ รถผู้มาติดต่อ ยังต้องมี Workflow ที่เหมาะสม

หาก Visitor ได้รับอนุญาตเข้าโครงการ แต่ไม่มีการกำหนดผู้ติดต่อ ช่วงเวลา หรือวัตถุประสงค์ในการเข้า รถผู้มาติดต่อก็ยังสามารถใช้พื้นที่นานเกินความจำเป็นได้

ระบบ Visitor Management สามารถช่วยเพิ่มขั้นตอน เช่น

  • ลงทะเบียนทะเบียนรถผู้มาติดต่อล่วงหน้า
  • ระบุบ้านหรือห้องที่ต้องการติดต่อ
  • กำหนดช่วงเวลาของสิทธิ์
  • บันทึกประวัติการเข้าออก
  • ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูล Visitor ได้จากระบบ

WAP มีระบบ PlatePass สำหรับบริหารรถสมาชิกและรถผู้มาติดต่อ สามารถนำมาใช้งานร่วมกับระบบ LPR ตาม Workflow ของโครงการ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ PlatePass คืออะไร ช่วยจัดการรถผู้มาติดต่ออย่างไร?

ระบบ LPR รู้จำนวนรถในโครงการได้หรือไม่?

หากระบบออกแบบให้มีข้อมูลเข้าและออกครบถ้วน สามารถนำ Log การเข้าออก มาช่วยคำนวณหรือวิเคราะห์จำนวนรถที่ยังอยู่ในพื้นที่ได้ ตามความสามารถของ Software

แต่ควรแยกให้ชัดระหว่าง จำนวนรถที่อยู่ในพื้นที่ กับ จำนวนช่องจอดที่ยังว่าง เพราะเป็นข้อมูลคนละประเภท

ข้อมูลที่ต้องการ LPR ช่วยได้อย่างไร?
รถคันไหนเข้ามา? บันทึกทะเบียนและข้อมูลเข้า
รถคันไหนออกแล้ว? บันทึกทะเบียนและข้อมูลออก
รถคันใดจอดนาน? ตรวจสอบจากประวัติเข้าออก
ตอนนี้มีรถประมาณกี่คันในพื้นที่? สามารถวิเคราะห์ได้หากข้อมูล Lane เข้าออกครบและ Software รองรับ
ช่องจอดหมายเลขไหนว่าง? อาจต้องใช้ Parking Sensor หรือระบบ Parking Management เพิ่มเติม

ข้อจำกัดของ LPR ที่ควรรู้ก่อนใช้แก้ปัญหาที่จอดรถเต็ม

LPR ไม่สามารถสร้างช่องจอดเพิ่ม

หากโครงการมีช่องจอดน้อยกว่าจำนวนรถที่มีสิทธิ์ใช้งานจริง LPR ไม่สามารถแก้ปัญหาด้านพื้นที่กายภาพได้

ระบบช่วยให้การใช้พื้นที่ ตรงตามสิทธิ์และตรวจสอบได้ง่ายขึ้น แต่ไม่สามารถเพิ่มจำนวนช่องจอด โดยไม่ปรับพื้นที่

ต้องมีกฎการใช้พื้นที่ที่ชัดเจน

เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตัดสินได้ว่า บ้านหนึ่งควรมีรถกี่คัน Visitor จอดได้กี่ชั่วโมง หรือรถประเภทใดควรได้รับสิทธิ์

นิติบุคคลควรกำหนดนโยบาย แล้วนำระบบมาช่วยบังคับใช้ และเก็บข้อมูล

ข้อมูลเข้าออกต้องครบ

หากต้องการใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์รถที่ยังอยู่ในโครงการ ระบบควรเก็บ Log ทั้งทางเข้าและทางออกอย่างเหมาะสม

ต้องออกแบบ Workflow ของ Visitor

หากรถ Visitor ผ่าน LPR ได้ แต่ไม่มีระบบกำหนดสิทธิ์ หรือระยะเวลาการใช้งาน ก็อาจยังเกิดปัญหาการใช้พื้นที่ไม่เป็นระเบียบได้

มุมมองในการออกแบบระบบของ WAP

ก่อนเสนอระบบ LPR เพื่อแก้ปัญหาที่จอดรถ ควรแยกให้ได้ก่อนว่า ปัญหาเกิดจาก จำนวนช่องจอดไม่พอจริง ๆ, รถไม่มีสิทธิ์เข้ามาใช้พื้นที่, รถสมาชิกเกินสิทธิ์, Visitor จอดนาน หรือไม่มีข้อมูลสำหรับตรวจสอบ

เพราะแต่ละสาเหตุ ต้องใช้ทั้งระบบ LPR, Software, Visitor Management และกฎการบริหารพื้นที่ในระดับที่แตกต่างกัน

ระบบ LPR เหมาะกับโครงการแบบไหน?

หมู่บ้านและทาวน์โฮม

โดยเฉพาะโครงการที่มีปัญหา รถหลายคันต่อบ้าน รถจอดซ้อน หรือรถภายนอกเข้ามาใช้พื้นที่

คอนโดมิเนียม

เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องบริหารทั้ง รถลูกบ้าน ผู้เช่า Visitor และรถส่งของ ภายในพื้นที่จอดเดียวกัน

อาคารสำนักงาน

ใช้ช่วยแยกรถพนักงาน ผู้เช่า ลูกค้า และผู้มาติดต่อ ตามสิทธิ์ขององค์กร

พื้นที่ที่มี Main Gate และระบบไม้กั้น

หากมีจุดเข้าออกควบคุมชัดเจน จะสามารถนำทะเบียนรถ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Workflow การอนุญาตเข้าออกได้

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ระบบ LPR สำหรับ Main Gate คืออะไร?

7 เรื่องที่ควรเช็กก่อนติดตั้ง LPR เพื่อบริหารที่จอดรถ

1. ปัญหาที่ต้องการแก้คืออะไร?

เช่น รถคนนอก รถเกินสิทธิ์ Visitor จอดนาน หรือไม่สามารถตรวจสอบรถที่อยู่ในพื้นที่ได้

2. รถแต่ละประเภทมีสิทธิ์อย่างไร?

ควรแยกให้ชัดว่า รถสมาชิก Visitor พนักงาน และรถส่งของ มีเงื่อนไขเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

3. ทางเข้าและทางออกเก็บข้อมูลครบหรือไม่?

หากต้องการวิเคราะห์รถที่ยังอยู่ในพื้นที่ ข้อมูลเข้าและออกควรมีความต่อเนื่อง และสัมพันธ์กัน

4. มีไม้กั้นเดิมหรือไม่?

ควรตรวจสอบ Barrier, Controller, Relay และ I/O เพื่อดูว่าสามารถเชื่อมต่อกับ LPR ได้หรือไม่

5. ต้องการ Visitor Management หรือไม่?

หากมีรถผู้มาติดต่อจำนวนมาก ควรออกแบบ Workflow ของ Visitor พร้อมกับ LPR ตั้งแต่ต้น

6. ต้องการรู้จำนวนรถหรือจำนวนช่องว่าง?

หากต้องการทราบถึงระดับ ช่องจอดหมายเลขใดว่าง ควรประเมินระบบ Parking Management หรือ Sensor เพิ่มเติม ไม่ควรพึ่ง LPR เพียงอย่างเดียว

7. ใครเป็นผู้ดูแลข้อมูลและสิทธิ์?

ควรกำหนดเจ้าหน้าที่ หรือผู้ดูแลระบบ สำหรับเพิ่มลบทะเบียน ตรวจสอบประวัติ และจัดการสิทธิ์อย่างชัดเจน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LPR และปัญหาที่จอดรถเต็ม

ระบบ LPR ช่วยเพิ่มจำนวนที่จอดรถได้หรือไม่?

ไม่ได้เพิ่มจำนวนช่องจอดจริง แต่ช่วยควบคุมสิทธิ์รถ ตรวจสอบรถที่ใช้พื้นที่ และลดโอกาสที่รถที่ไม่มีสิทธิ์ จะเข้ามาใช้พื้นที่เหมือนรถสมาชิก

LPR สามารถรู้ได้ไหมว่าที่จอดเต็มแล้ว?

หากระบบออกแบบให้เก็บข้อมูลเข้าออกครบถ้วน และ Software รองรับการนับรถ สามารถใช้ข้อมูลช่วยวิเคราะห์จำนวนรถในพื้นที่ได้

แต่หากต้องการรู้ว่า ช่องจอดแต่ละช่องว่างหรือไม่ อาจต้องมี Parking Sensor หรือระบบ Parking Management เพิ่มเติม

รถผู้มาติดต่อยังเข้าโครงการได้หรือไม่?

ได้ โดยสามารถกำหนด Workflow เช่น ลงทะเบียนล่วงหน้า อนุมัติโดยลูกบ้าน หรือให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ตามระบบที่โครงการเลือกใช้

สามารถจำกัดจำนวนรถต่อบ้านได้หรือไม่?

สามารถออกแบบระบบสิทธิ์ ให้เชื่อมทะเบียนกับบ้านหรือสมาชิก และกำหนดเงื่อนไขได้ หาก Software ที่เลือกใช้รองรับฟังก์ชันดังกล่าว

มีไม้กั้นเดิมอยู่แล้ว ใช้ LPR เพิ่มได้ไหม?

มีความเป็นไปได้ในหลายโครงการ โดยควรตรวจสอบ Controller, Relay, I/O, Network และสภาพไม้กั้นเดิมก่อน

ระบบ LPR ราคาเท่าไหร่?

ขึ้นอยู่กับจำนวน Lane จำนวนกล้อง Software, Controller, Network, ไม้กั้นเดิม และระบบ Visitor Management ที่ต้องการ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ราคาระบบ LPR 2569 เทียบแพ็กเกจก่อนตัดสินใจ

สรุป ระบบ LPR ช่วยแก้ปัญหาที่จอดรถเต็มได้อย่างไร?

ระบบ LPR ไม่ได้สร้างพื้นที่จอดเพิ่ม แต่ช่วยให้โครงการรู้ว่า รถคันใดมีสิทธิ์เข้า รถประเภทใดกำลังใช้พื้นที่ และมีประวัติการเข้าออกอย่างไร

จึงเหมาะกับโครงการที่มีปัญหา รถภายนอกเข้ามาจอด รถสมาชิกใช้สิทธิ์เกินกำหนด Visitor จอดนาน หรือไม่มีข้อมูลสำหรับตรวจสอบรถที่ใช้พื้นที่

หากต้องการบริหารพื้นที่ให้ละเอียดขึ้น ระบบ LPR สามารถนำมาใช้งานร่วมกับ Visitor Management และ Parking Management ตาม Requirement ของแต่ละโครงการ

สิ่งสำคัญคือ ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ว่า ทำไมที่จอดถึงเต็ม? แล้วจึงออกแบบเทคโนโลยีให้ตรงกับปัญหา แทนการติดตั้ง LPR โดยคาดหวังว่าจะเพิ่มพื้นที่จอดโดยอัตโนมัติ

มีปัญหาที่จอดรถเต็มหรือรถใช้พื้นที่ไม่ตรงสิทธิ์?

WAP International ให้บริการสำรวจ ออกแบบ และติดตั้งระบบ LPR สำหรับหมู่บ้าน คอนโด โรงงาน อาคารสำนักงาน และพื้นที่ควบคุมรถเข้าออก

ทีมงานสามารถช่วยตรวจสอบ รูปแบบสิทธิ์รถ ทางเข้าออก ไม้กั้นเดิม Network และ Workflow ของรถสมาชิก/ผู้มาติดต่อ เพื่อออกแบบระบบให้เหมาะกับปัญหาของโครงการ

ดูบริการติดตั้งระบบ LPR

ดูแพ็กเกจ LPR Subscription

ติดต่อสำรวจหน้างานและขอใบเสนอราคา


WAP International
LINE: @wapinter
โทร: 091-721-1790
Email: info@wap-inter.com
เว็บไซต์: www.wap-inter.com



บทความที่เกี่ยวข้อง
ภาพจำลองการทำงานของระบบ LPR มีรถ SUV สีขาวจอดหน้ากล้องตรวจจับที่ติดตั้งบนเสา มีลำแสงสีแดงสแกนไปที่ป้ายทะเบียนรถ พื้นหลังเป็นประตูทางเข้าหมู่บ้านหรืออาคารสุดหรู
รวมราคาระบบ LPR 2569 แบบซื้อขาดและ Subscription รายเดือน เทียบแพ็กเกจ ค่าติดตั้ง ค่าบำรุงรักษา ก่อนตัดสินใจ โดย WAP International
ระบบ LPR สำหรับ Main Gate คืออะไร และทำงานอย่างไร
ระบบ LPR สำหรับ Main Gate คืออะไร? ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ ช่วยควบคุมรถเข้า-ออก เพิ่มความปลอดภัย และลดขั้นตอนบริเวณประตูหลัก
รถติดหน้าหมู่บ้านช่วงเช้า รปภ.ยกไม้กั้นให้รถผ่านทีละคัน สาเหตุที่ระบบ LPR ช่วยแก้ได้ จาก WAP International
ปัญหารถติดหน้าหมู่บ้านและคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่เกิดจากระบบเข้าออกที่ล่าช้า ไม่ใช่จำนวนรถมากเกินไป ระบบ LPR ช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยการอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ ลดเวลารอคิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy